มุมญี่ปุ่น: ตำนานเทศกาลแห่งดวงดาว

สวัสดีค่ะ
วันนี้กลับมาพบกับแมวสามสีอีกครั้ง
หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน หวังว่าทุกคนจะยังไม่ลืมกันนะคะ

 

เดือนนี้ก็เข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัวแล้ว หลายคนอาจรู้สึกว่าฝนตกบ่อย อากาศไม่แจ่มใส ฟ้าครึ้มทั้งวัน ทำให้รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน จนพลอยหมดไฟในการทำกิจกรรมต่างๆ ไปด้วย
แต่อย่าพึ่งท้อนะคะ เพราะถึงไม่ได้ด้วยเล่ห์หรือด้วยกล ก็ยังมีมนต์บวกกับคาถามาช่วยทุกคนค่ะ! 

 

คงงงกันใช่ไหมคะว่า แมวสามสีกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ อย่าพึ่งงงกันนะคะ
ความจริงก็คือ เดือนนี้มีวันสำคัญของประเทศญี่ปุ่นคือวันขอพร หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า “วันทานาบาตะ (七夕)” ซึ่งตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี

 

 

 

ก่อนที่จะมีการจัดเทศกาลนี้ขึ้นนั้น ชาวญี่ปุ่นมีเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาช้านาน เป็นเรื่องราวความรักของสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัวค่ะ

อยากรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า เทศกาลนี้มีที่มาที่ไปและสำคัญอย่างไร

วันนี้

แมวสามสีขอทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานนี้ให้ทุกคนฟังนะคะ

 

 

ตำนานวันทานาบาตะ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ฝั่งทางเหนือของแม่น้ำแห่งสวรรค์ “อามาโนะกาวะ (天の川)” ซึ่งแปลว่าทางช้างเผือก

เทพเจ้าเทนไต (ราชาแห่งท้องฟ้า) ผู้ครองสวรรค์มีลูกสาวนางหนึ่งชื่อว่า “โอริฮิเมะ (おりひめ) หรือดาววีก้า

โอริฮิเมะเป็นคนสวยและขยันขันแข็ง งานประจำของนางคือการทอผ้า

นางทอผ้าได้สวยงามและประณีตมากจึงเป็นที่พึงพอใจของเหล่าเทพทั้งหลาย ทำให้นางต้องทอผ้าอยู่ตลอดวันตลอดคืน

เทพเจ้าเทนไตเป็นห่วงและสงสารธิดาจึงคิดหาคู่ครองให้นาง

เมื่อเทพเจ้าเทนไตประกาศหาคู่ให้กับโอริฮิเมะ นางถูกตาต้องใจกับชายหนุ่มที่ชื่อ ฮิโกโบชิ (ひこぼし)” หรือดาวอัลแตร์
ฮิโกโบชิเป็นคนเลี้ยงวัวอยู่ฝั่งใต้ของทางช้างเผือก เขาเป็นคนขยันขันแข็งไม่แพ้โอริฮิเมะ ร่างกายกำยำและสง่างาม

เมื่อทั้งฮิโกโบชิและโอริฮิเมะถูกตาต้องใจกัน เทพเจ้าเทนไตจึงให้ทั้งสองได้แต่งงานกัน

ทว่า หลังจากแต่งงาน ทั้งสองออกไปเที่ยวด้วยกันทุกวันทุกคืน โอริฮิะเมะมีความสุขมากและลุ่มหลงฮิโกโบชิจนลืมหน้าที่ประจำของตนเอง

นางไม่ยอมทำงานทอผ้าอย่างขยันขันแข็งเหมือนเมื่อก่อน ส่วนฮิโกโบชิก็ไม่ยอมเลี้ยงวัว ปล่อยให้วัวเดินเพ่นพ่านไปทั่วบริเวณ  

เทพเจ้าเทนไตผู้เป็นบิดาจึงพิโรธ ลงโทษให้ทั้งสองแยกจากกันไปอยู่คนละทิศของทางช้างเผือก

โอริฮิเมะเศร้าโศกเสียใจที่ต้องพลัดพรากจากชายผู้เป็นที่รัก นางร่ำไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด

 

เทพเจ้าเทนไตเฝ้ามองดูความเศร้าโศกของนางทุกวันทุกคืน จนกระทั่งเกิดความสงสารในตัวธิดา จึงอนุญาตให้นางข้ามทางช้างเผือกไปพบฮิโกโบชิได้หนึ่งครั้ง ซึ่งก็คือวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี

ตอนแรก โอริฮิเมะไม่อาจข้ามทางช้างเผือกไปหาฮิโกโบชิได้ ทั้งสองทำได้แค่มองกันและกันอยู่คนละฟากฝั่ง จนทำให้โอริฮิเมะได้แต่ร่ำไห้

แต่แล้ว ฝูงนกกางเขนที่บินผ่านมาเกิดความสงสาร เหล่านกกางเขนจึงอาสาใช้ปีกของพวกตนเป็นสะพานให้ทั้งคู่ได้ข้ามไปพบกัน

แต่หากวันทานาบาตะปีใดเกิดฝนตก ฝูงนกกางเขนจะไม่ได้บินผ่านมา ทำให้เจ้าหญิงทอผ้า โอริฮิเมะ และคนเลี้ยงวัว ฮิโกโบชิ ต้องอดทนรอต่อไปอีกหนึ่งปีเพื่อที่จะได้พบกันในวันทานาบาตะของปีถัดไป

 

นี่คือที่มาของเทศกาลทานาบาตะที่จัดขึ้นทุกวันที่ 7 เดือน 7 ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะขอพรจากดวงดาว

เพราะเชื่อว่าปาฏิหาริย์ที่ทำให้ทั้งคู่ได้เจอกัน จะทำให้พรของตนเองสมหวังด้วยเช่นกัน

โดยในวันนั้น ผู้คนจะเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษทังซาคุ (短冊) แล้วนำไปติดไว้กับกิ่งก้านของต้นไผ่ที่ถูกตัดออกมา พอวันรุ่งขึ้นก็จะนำไปลอยน้ำ

 

 

กิจกรรมที่คนญี่ปุ่นทำในช่วงเทศกาลทานาบาตะ

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นยึดถือวันทานาบาตะเป็นวันที่ 7 เดือนกรกฏาคม

ดังนั้น ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน เด็กและผู้ใหญ่จะเขียนคำอธิฐานไว้บนกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ ที่มีสีสันสดใสเรียกว่า “ทังซะคุ (短冊)” และนำไปแขวนไว้บนกิ่งไผ่ที่ตกแต่งด้วยสิ่งประดับที่ทำจากกระดาษ  ซึ่งกระดาษทังซะคุแต่ละสีก็มีความหมายแตกต่างกัน
สีฟ้า = ความสุข ความโชคดี
สีชมพู = ความรัก
สีเขียว = ความสมปรารถนาในการเรียนและการทำงาน
สีแดง = ความสำเร็จ
สีเหลือง = ความมั่งคั่ง เงินทอง

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งประดับอื่นๆ ที่ทำจากกระดาษด้วย เช่น
กิโมโนกระดาษ = เพื่อปัดเป่าโรคภัยและโชคร้ายออกไป
กระเป๋ากระดาษ = เพื่อขจัดปัญหาด้านการเงินและเพื่อให้มีธุรกิจที่เจริญรุ่งเรือง
นกกระเรียนกระดาษ = เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวมีอายุยืน
ตาข่ายกระดาษ = เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการจับปลาและเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตร

 

ส่วนกิ่งไผ่สำหรับแขวนกระดาษทังซะคุและสิ่งประดับอื่นๆ นั้น จะถูกวางไว้ที่สนาม ทางเข้าโรงเรียน สถานที่สำคัญต่างๆ รวมถึงทางเข้าบ้าน

ในโตเกียว ผู้คนส่วนใหญ่จะประดับกิ่งไผ่ด้วยกระดาษทังซะคุที่มีคำอธิษฐานเขียนไว้

ส่วนในโรงเรียนประถมหลายแห่ง จะให้เด็กติดคำอธิษฐานไว้บนกิ่งไผ่ที่ประดับไว้หน้าอาคารเรียน

โรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่ จะให้เด็กใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อประดิษฐ์สิ่งประดับกิ่งไผ่ด้วยกระดาษ รวมทั้งภาพเจ้าหญิงและคนเลี้ยงวัว เพื่อให้เด็กๆ นำสิ่งที่ประดิษฐ์ได้เองกลับไปประดับกิ่งไผ่ที่บ้าน

 

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังนิยมใส่ชุดประจำชาติ เช่น ยูคาตะ ทำให้บรรยากาศดูสดใสครึกครื้นยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ยังมีการจัดขบวนพาเหรดอันสวยงาม มีการจุดพลุ และตั้งแผงลอยขายอาหารไปจนถึงของที่ระลึกอันหลากหลาย ซึ่งมีขายกันมากมายให้เราได้เดินชมพลางชิมอาหารอร่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน

 

ตัวอย่างคำอธิษฐานที่นิยมใช้
ขอให้เก่งภาษาญี่ปุ่น
日本語 が上手になりますように
(Nihongo ga jyoozu ni narimasu yooni)

ขอให้สอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นผ่าน
日本語能力試験に合格できます ように
(Nihongo nooryokushiken ni gookaku dekimasu yooni)

ขอให้ได้ไปประเทศญี่ปุ่น
日本に行けますように
(Nihon ni ikemasu yooni)

ขอให้ได้เป็นไกด์
ガイドになれますように
(Gaido ni naremasu yooni)

ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรง
健康でいられますように
(Kenkoo de iraremasu yooni)

ขอให้มีความสุข
幸せでありますように
(Shiawase de arimasu yooni)

ขอให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข
家族みんなが幸せでありますように
(Kazoku minna ga shiawase de arimasu yooni)

ขอให้มีผลการเรียนที่โรงเรียนดีขึ้น
学校の成績が上がりますように
(Gakkoo no seeseki ga agarimasu yooni)

ขอให้เก่งฟุตบอล
サッカーが上手になりますように
(Sakkaa ga joozu ni narimasu yooni)

ขอให้สอบเข้ามหาวิทยาลัย…ได้
○○大学に合格しますように
(○○ daigaku ni gookaku shimasu yooni)

ขอให้มีแฟนสวย
きれいな恋人ができますように
(kiree na koibito ga dekimasu yooni)

ขอให้มีแฟนหล่อ
ハンサムな恋人ができますように
(Hansamu na koibito ga dekimasu yooni)

ขอให้ได้แต่งงานกับคุณ…
○○さんと結婚できますように
(○○-san to kekkon dekimasu yooni)

ขอให้ประสบผลสำเร็จ
人生の成功をおさめられますように
(Jinsee no sekoo o osameraremasu yooni)

ขอให้ได้โบนัสทุกปี
毎年ボーナスが貰えますように
(Maitoshi boonasu ga moraemasu yooni)

ขอให้ถูกลอตเตอรี่
宝くじがあたりますように
(Takarakuji ga atarimasu yooni)

ขอให้เป็นเศรษฐี
お金持ちになりますように
(Okane mochi ni narimasu yooni)

 

 

เทศกาลทานาบาตะในต่างประเทศ
ไม่ใช่แค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้

ประเทศจีน มีเทศกาลเพื่อหนุ่มสาวคู่รัก หญิงทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวเช่นเดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า เทศกาลคิโควเด็น

ในขณะที่ประเทศบราซิล ก็จัดงานทานาบาตะที่เมืองเซนต์เปาโลทุกวันหยุดสุดสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานความรักแห่งทางช้างเผือกนี้ 
แม้แต่ประเทศไทยเอง เมื่อถึงวันที่ 7 กรกฎาคม ก็มีงานทานาบาตะจัดขึ้นตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ เช่นกัน

 

หากใครอยากลองเขียนคำอธิษฐานด้วยตนเอง ก็เพียงแค่เตรียมกิ่งไผ่หรือต้นไผ่ขนาดเล็กที่อยู่ในกระถาง ปากกาเมจิก กระดาษโอริกามิ (折り紙)สำหรับพับเพื่อตกแต่ง รวมถึงกระดาษสีหลายๆ แผ่น

อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์อย่างกรรไกร กาว เครื่องเจาะกระดาษ และด้ายด้วยนะคะ 

หลังจากนั้น ก็เขียนคำอธิษฐานแล้วนำไปแขวนที่กิ่งไผ่ได้เลยค่ะ

 

แต่หากใครไม่ชอบความยุ่งยากล่ะก็…

เพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมา

แล้วกดเข้า App store หรือ Play store พิมพ์คำว่า 短冊 ก็จะมีแอปต่างๆ ให้เลือกมากมาย เพื่อใช้ขอพรในวันทานาบาตะ และยังสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีอีกด้วยค่ะ

 

 

สำหรับใครที่ช่วงนี้หมดหวังหรือกำลังใจ

ลองขอพรจากดวงดาวในวันทานาบาตะดูนะคะ

แมวสามสีเองก็หวังว่า คำขอของทุกคนจะสมความปรารถนาค่ะ

ไว้พบกันใหม่บทความหน้านะคะ เหมียว =^^=

 

 

 

ที่มา:http://anngle.org/th/j-culture/tanabata.html
https://travel.kapook.com/view66439.html
http://siamintercomics.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%
http://www.jatschool.com/index.php?route=module/pageview&path=252&catagory=7#.WVxM7oTyjIU